Idol Tag ( ที่ยาวมาก ๆ เลยครับ )
posted on 13 Apr 2007 22:58 by deguchinochi in DiArYการเขียนครั้งนี้ค่อนข้างยาวมาก ๆ ครับ ทน ๆ อ่านกันหน่อย
ได้รับแท็คมาใหม่ จากคุณพี่น้ำเงินเจือขาว ( http://cobaltbluetint.exteen.com/20070413/entry) ปกติแล้วเรื่องแท็คนี้ผมไม่ค่อยได้เล่นเท่าไรนัก จะอ่านของคนอื่นเป็นส่วนมาก พอได้ทำบ้างก็รู้สึกเหมือนต้องทำการบ้านอย่างหนัก แล้วอีกอย่างคนที่เป็นไอดอลในดวงใจผมเองก็มีหลายคนเหมือนกัน ก็เลยต้องมานั่ง ๆ นอน ๆ นึกดูว่าใครนะที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับเรา
จริง ๆ แล้วในปัจจุบันคนมักเข้าใจคำว่า ไอดอล ผิด คิดว่าไอดอลคือคนที่เราต้องเป็นหรือเหมือนกับเค้า เราต้องทำในสิ่งที่เค้าทำ เราต้องเป็นเหมือนที่เค้าเป็น หรืออย่างน้อย ๆ เราต้องเหมือนเค้าให้ได้สักนิดหนึ่งก็ยังดี แต่สำหรับผมคำว่า ไอดอล นั้น เค้าคือแรงบันดาลใจในเรื่องความรู้สึก ในเรื่องความคิด แต่สุดท้ายแล้วการดำเนินชีวิตของเราก็คือตัวเรา เราเป็นคนตัดสินใจ เราไม่ได้เหมือนหรือว่าพยายามเป็นเหมือนใครคนหนึ่ง
เพราะเมื่อเราเหมือนหรือว่าเป็นใครคนหนึ่ง นั้นก็แสดงว่าเราไม่เป็นตัวของตัวเอง ดังนั้นคำว่า ไอดอล สำหรับผมก็มีความสำคัญในแง่ของการเป็นบุคคลที่เราชอบหรือว่ารู้สึกดีกับความคิด วิธีการทำงาน รูปแบบการใช้ชีวิต แต่เราไม่ได้อยากเป็นหรือว่าเหมือนกับเค้า เพราะเราก็คือตัวเรา
ขอยกคำพูดหนึ่งในหนังสือที่ชื่อว่า อะไรหรือที่เธอเรียกว่า... ความรัก ซึ่งเขียนโดยคุณธนิษฐา แดนศิลป์ ได้เขียนไว้ว่า " ทำไมไม่เป็นตัวเรา ทำไมต้องเป็นคนอื่น จริงแล้วไม่มีหนทางใดหรอกที่จะทำให้เราเป็นคนอื่นไปได้ เราต่างเกิดมาเพื่อเป็นเรา เช่นที่เราเป็น มีศักยภาพอย่างที่เรามี "
ดังนั้นต่อไปนี้คือรายชื่อของคนที่เป็น ไอดอล ของผม ซึ่งผมชอบในแนวคิดและวิธีการดำเนินชีวิต แล้วพวกเค้าเหล่านั้นก็คือแรงบันดาลใจให้ผมใช้ชีวิตของผมในสังคมนี้
..............................................................................................................
บุคคลแรก คือ นายศิริชาติ และ นางระยอง บุญยวง หลายคนอาจจะคิดว่าผมกำลังโกงก็ในเมื่อคนที่ผมเอ่ยชื่อมีต้องสองคน แต่ผมอยากจะบอกว่าเค้าทั้งสองก็เหมือนคน ๆ เดียวกัน เพราะเค้าทั้งสองคือสามีและภรรยากัน
คนทั้งคู่คือ พ่อและแม่ของผมครับ จริง ๆ แล้วถ้าพูดถึงรูปแบบในการใช้ชีวิตของคนทั้งคู่ ก็ดูจะทะเลาะกันอยู่บ่อย ๆ แล้วพ่อเองก็ดูจะข่มแม่อยู่มาก ๆ แต่จริง ๆ แล้วไอ้เรื่องที่ท่านทั้งสองทะเลาะกันก็เป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ พอให้หัวใจกระชุ่มกระชวย แล้วเรื่องใครข่มใครสุดท้ายพ่อเองก็ต้องให้แม่เป็นคนพูดในหลาย ๆ เรื่อง เพราะพ่อผมเป็นคนพูดขวานผ่าซาก แล้วหน้าพ่อผมก็ดุเอาเรื่องเหมือนกัน ทั้งพ่อและแม่ของผมสอนวิชาศิลปะทั้งคู่ พ่อเองจบเพาะช่างแล้วมาต่อครู ส่วนแม่จบวิทยาลัยครูเอกวิชาศิลปะ แต่ตัวผมนั้นแม้จะได้ชื่อว่า อาร์ต แต่ก็วาดรูปไม่เป็น แต่ก็ชอบงานศิลป์รูปแบบต่าง ๆ
................................................................................................................
คนที่สอง คือ คุณเสกสรรค์ ประเสริฐกุล คนล่าจันทร์ในยุค 14 ตุลา และ 6 ตุลา เป็นผู้นำนักศึกษาในการต่อสู้เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย ปัจจุบันได้หันหลังให้แวดวงการเมืองเพื่อศึกษาปรัชญาและศาสนา แต่สิ่งที่คุณเสกสรรค์ได้ให้กับตัวผมก็คือ การไม่ยอมรับในสิ่งที่ไม่ถูกต้องและแสดงมันออกมาอย่างถูกวิธี การไม่ยอมอยู่ใต้อำนาจใครและการแสวงหาหนทางให้กับชีวิต ทำให้คุณเสกสรรค์เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจของผม
ปัจจุบันคุณเสกสรรค์ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีกแล้ว แต่ยังเป็นอาจารย์สอนในวิชา การเมืองการปกครอง และมุ่งแสวงหาคำว่า ชีวิต อีกครั้งแต่ครั้งนี้ไม่ได้ถูกขับไล่จากใคร แต่เป็นเดินทางที่เรียบง่ายและลึกซึ้งเพื่อที่จะได้เข้าใจคำว่า " ชีวิต "
................................................................................................................
คนที่สามคือ เชกูวารา พ่อหนุ่มขวัญใจสิงห์รถบรรทุกในเมืองไทย จริงๆ แล้วผมรู้จักบุคคลคนนี้จากพ่อของผม พ่อของผมคลั่งเชเอามาก ๆ แต่พ่อก็ไม่เคยบอกเล่าถึงประวัติความเป็นมาของเชให้ผมได้ฟังมากนัก ส่วนใหญ่แล้วผมจะไปสืบหาประวัติของเชเอาเอง เชเป็นนักเรียนแพทย์ชาวอาร์เจนตินา ในวัยเด็กเชเป็นเด็กที่ค่อนข้างจะขี้โรค เค้าป่วยเป็นโรคหอบหืด ทำให้เค้ามีความตั้งใจที่จะเรียนแพทย์ เค้าทำทุกอย่างทั้งการเล่นกีฬาทุกชนิดเพื่อหวังจะเอาชนะมัน
ในปี 1951 เค้าได้ร่วมออกเดินทางกับ อัลแบรโต้ กรานาโด เพื่อจะเดินทางไปเที่ยวรอบละตินอเมริกา แต่แล้วเค้าได้พบความจริงบางอย่างบนโลกมนุษย์นี้ ทั้งการกดขี่ข่มเหง การเอารัดเอาเปรียบจนคนที่มีอำนาจเหนือกว่า การปล่อยให้คนเจ็บต้องทุกข์ทรมานและไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ สิ่งเหล่านี้คือแรงผลักดันให้เช ได้เริ่มสนใจในการเมืองและวันหนึ่งก็มาถึงเมื่อเค้าได้ร่วมกับฟิเดล คาสโตร ปฏิวัติคิวบาสำเร็จ
สาเหตุที่ผมชอบเช เพราะว่าเค้ามีความเห็นใจเพื่อนมนุษย์ร่วมโลก เค้าเป็นคนที่มีอุดมการณ์และพยายามทำอุดมการณ์นั้นให้เป็นจริง เค้าไม่ได้แคร์ว่าจะทำสำเร็จหรือไม่ แต่เค้าก็มีความตั้งใจทำไม่ว่าผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไร มีคำกล่าวของเชมาให้ได้อ่านกัน " ผมไม่ได้ทิ้งสมบัติอะไรไว้ให้ภรรยาและลูก ๆ ของผม แต่ผมก็ไม่เสียใจ กลับมีความสุขที่มันเป็นไปอย่างนี้ " เชเขียนไว้ในจดหมายลาถึงฟิเดล คาสโตร
...............................................................................................................
คนที่สี่ คือ กิมย้ง ชื่อเต็ม ๆ คือ จงเหลียงหยง แปลว่า ระฆังชั้นเยี่ยม ท่านผู้นี้คือคนที่ทำให้ผมได้ไปอยู่ในอีกโลกหนึ่งที่มีจอมยุทธ์มากมาย ฝ่ายธรรมะและอธรรม ผมรู้จักท่านผู้นี้จากการดูหนังจีนชุดที่ฉายช่อง 3
จากการได้ดูในทีวีแล้วติดใจผลงานของท่านก็มาอ่านหนังสือการ์ตูนอีกรอบหนึ่ง ถ้าต่อไปมีเวลามากกว่านี้ก็จะที่เป็นเรื่องราวจริง ๆ ในหนังสือที่คุณ น.นพรัตน์ แปลซึ่งไม่มีการลดทอน ตัดบท ซึ่งก็ต้องใช้เวลาเก็บตังค์ซื้อสักพักหนึ่ง สาเหตุที่กิมย้งคือไอดอลของผมก็คือ เรื่องราวที่เค้าเขียนมีครบทุกรสครับ ตัวละครไม่มีความเกินจริงมากไป มีทังดีและชั่ว แล้วเรื่องราวของเค้ายังแฝงแง่มุมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความกตัญญู ความรักแผ่นดินบ้านเกิด ความทะเยอทะยาน ความอยากมีอยากได้ในของ ๆ คนอื่น และที่สำคัญเรื่องราวความรัก ซึ่งในงานเขียนของเค้าจะมีอะไร ๆ หลายอย่างที่สื่อออกมาให้เราได้สัมผัสมากกว่าการฆ่าล้างโคตร การแย่งชิงคัมภีร์
การแย่งชิงคัมภีร์ก็เหมือนกับการแย่งชิงอำนาจล่ะครับ ทุกคนอยากเป็นหนึ่งในใต้หล้า แต่ก็หลงลืมความรู้สึกของคนที่อยู่ในชนชั้นใต้ปกครองที่ต้องถูกข่มเหงอะไรบ้าง อำนาจนี้ช่างหอมหวานจริง ๆ
...............................................................................................................
คนที่ห้า ปู่คลินส์ อีสต์วู๊ดผมก็เริ่มค้นหาประวัติของปู่คลินส์ ทำให้ผมรู้สึกชอบมากขึ้นกว่าเดิม ผมชอบความที่แกรักที่จะทำหนังมาก ๆ ทั้ง ๆ ที่วัยก็เกือบจะ 80 ปีแล้ว การที่แกทำอะไรได้มากกว่าการเป็นผู้กำกับ การเป็นนักแสดง การเป็นคนทำดนตรีประกอบหนัง ทำให้ผมชื่นชมในตัวแกเพิ่มไปอีก แล้วไอ้การที่แกเคยเป็นนักแสดงมาก่อนทำให้แกรู้ว่านักแสดงจะมีความรู้สึกอย่างไรถ้าหนังเรื่องหนึ่งต้องถ่ายทำนานทำให้หนังของแกถ่ายทำเร็วมาก ๆ เรื่อง Million Dollar Baby ถ่ายทำเพียง 39 วัน ใช้เวลาแล้วทำหมดเพียงครึ่งปี ทำให้ในปีนั้นออสการ์ที่ใครหลายคนว่าจะเป็นผู้กำกับมาร์ติน สกอร์เซซี่ ต้องได้ไปจากหนังเรื่อง The Aviator ก็โดนปู่คลินส์ที่ไม่รู้โผล่มาจากไหนแย่งออสการ์ไป
ในปีนี้แกก็ยังสร้างเซอร์ไพร์วงการหนังด้วยการทำหนังถึงสองเรื่องในเวลาเพียงปีกว่าๆ คือ FLAGS OF OUR FATHERS และ LETTERS FROM IWON JIMA ซึ่งเป็นหนังที่พูดถึงสงครามโลกครั้งที่สอง ผ่านมุมมองของทั้งอเมริกาและญี่ปุ่น แล้วสำหรับหนังที่ใกล้จะเปิดกล้องของปู่ก็คือ การร่วมงานกับนักแสดงที่ดังที่สุดในโลกอย่างแองเจลิน่า โจลี่
.................................................................................................................
หลายคนคงจะเบื่อหน่ายผมไปเลยก็ได้นะครับ ผมเองก็รู้สึกเบื่อตัวเองเหมือนกัน แต่ทำไงได้อ่ะครับ เวลาผมเขียนอะไรก็ไม่ค่อยจะมีความพอดี สั้นก็สั้นมาก ยาวก็ยาวมาก เลยทำให้หลายคนเบื่อผมไปตาม ๆ กัน ก็สำหรับคนที่ทนอ่านจนจบก็รู้สึกขอบคุณเป็นอย่างสูงครับ แต่สำหรับคนที่อ่านไม่จบก็ไม่เป็นไรครับ เพราะตัวผมเองก็ไม่มานั่งอ่านของตัวเองสักเท่าไร 555555555 สำหรับบุคคลที่ผมจะแทคต่อก็มีดังนี้นะครับ
1. ไอ้รี่เพื่อนยาก ( http://etherealism.exteen.com/)
2. พี่ตุ้ย ( http://witcha.exteen.com/)
3. พี่โจ๊ก ( http://maximomlist.exteen.com/)
4. พี่มิ้นท์ ( http://deknoimin.exteen.com/)
5. พี่สุด ( http://autonomybeans.exteen.com/)
ก็อย่าถือโทษโกรธเคืองอะไรผมนะครับ ผมรู้ว่าช่วงนี้พี่ ๆ หลายคนอาจจะไม่ค่อยอยากอัพบล็อคเท่าไรนัก แต่ก็ถือว่าเป็นการทำอะไรฆ่าเวลาแล้วกันนะครับ หลายคนอาจจะทำเป็นการคลายเครียดเรื่องแสงศตวรรษก็ได้นะครับ ไปก่อนนะครับ ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับ
.................................................................................................................
เนื่องด้วยผมได้ทำผิดกติกาโดยการเอาพ่อและแม่ของผมมาเป็นไอดอล ทำให้ผมต้องแก้ไขใหม่อีกรอบ ซึ่งก็ดีครับเพราะว่าผมเป็นคนที่ชอบอยู่ในกติกา 55555 ล้อเล่นครับ จริง ๆ แล้วผมมีไอดอลอีกประมาณ 2 - 3 คนที่อยากจะบอกก็เลยรู้สึกดีที่ผิดกติกาเพราะจะได้เขียนถึงคนอื่นเพิ่ม 555555
สำหรับคนนี้นะครับเป็นผู้กำกับในดวงใจผมอีกคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ คน ๆ นั้นก็คือเปโดร อัลโมโดวาร์ ผมเชื่อว่าหลายคนคงจะรู้จักผู้กำกับคนนี้ได้ดี การกำกับหนังที่มีสีสันจัดจ้านแล้วก็มีครบทุกรสชาติ ทั้งเศร้า สุข ขมขื่น และมีความหวัง รสชาติต่าง ๆ อยู่ในหนังของผู้กำกับคนนี้ทั้งสิ้น
ผมได้เริ่มติดตามผลงานของเค้าจากหนังเรื่อง Talk to Her แล้วผมก็ชอบเรื่องราวที่มีอยู่ในหนังเรื่องนั้น ต่อมาเป็นเรื่อง Bad Education ซึ่งผมก็พบว่าเค้าเป็นผู้กำกับนักแสดงที่เก่งมาก ๆ เค้าสามารถเรียกฝีมือนักแสดงออกมาได้อย่างดีเยี่ยม แต่จากหนังผมก็ติดตามผลงานของเค้ามาก็ประมาณ 5 เรื่องแล้วครับ เรื่องที่ผ่านมาล่าสุดก็คือ Volver ซึ่งมันอาจจะเบาในการนำเสนอแต่ประเด็นที่เค้าต้องการจะสื่อสารผมว่ามันยิ่งใหญ่มาก ๆ เลย
อีกอย่างผมชอบการไม่แคร์ระบบสตูดิโอ ถ้าหลายคนได้รู้ประวัติเค้าจะรู้ว่าเค้ารักที่จะทำหนังจริง ๆ ขนาดไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องหนัง แต่เมื่อมีใจรักซะอย่างใครจะทำไม แล้วเค้าก็เป็นที่สนใจของฮอลลีวู๊ดมาก แต่เค้าก็ได้พูดประโยคหนึ่งซึ่งผมชอบมาก ๆ ครับ
" ผมมักจะกลัวว่าจะต้องสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองและความอิสระของผมไป "
...........................................................................................................................................
อย่างไรก็ตามนี้คือบุคคลที่ผมชื่นชอบในผลงานของพวกเค้านะครับ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติม ทำให้บล็อคของผมยาวขึ้นไปอีก ยังไงก็ถือเสียว่าเพิ่มมาอีกนิดเดียวก็จะอ่านจบล่ะ ก็ทนๆ อ่านกันไปก่อนนะครับ
edit @ 2007/04/16 21:32:29
edit @ 2007/04/16 21:38:58
แล้วก็วันสงกรานต์ด้วยนะฮร๊า
ขอให้ครอบครัวสุขสันต์นะฮร๊า
เอ้า แวะมาสาดน้ำซักหน่อย
ขอให้การงานราบรื่นด้วยนะฮร๊า
ปะแป้ง
#1 By ¨╬นังกระรอกบ้า*มิรุ*╬ ¨ on 2007-04-14 23:43