สถานีชีวิต
posted on 12 Feb 2008 10:15 by deguchinochi in DiArY
คุณสุวรรณี สุคนธา เคยพูดไว้ว่า " ในการร่ำลาแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะเป็นที่สนามบินหรือว่าที่ใดก็ตาม การร่ำลาที่เจ็บปวดที่สุดคือการร่ำลาบนชานชาลารถไฟ คนหนึ่งคนอยู่บนหลังเส้นเหลือง ในขณะที่คนอีกคนอยู่บนโบกี้รถไฟ วงล้อเคลื่อนออก หัวใจถูกบดขยี้ แล้วใครคนนั้นก็ค่อย ๆ ลับหายไปจากดวงตา "
แต่สำหรับผม ไม่ว่าการร่ำลาจะเกิดขึ้น ณ ที่ใด สนามบินที่ใหญ่โต บขส.อันแสนอึดอัด รถยนต์ที่เหมือนกล่องเคลื่อนที่ หรือว่ารถไฟที่คร่าคร่ำไปด้วยผู้คน ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ใด ผมก็รู้สึกเศร้าและใจหายอย่างบอกไม่ถูก
คุณเชื่อมิตของกาลเวลาหรือเปล่า ในช่วงชีวิตหนึ่งใครบางคนหล่นหายไปในชีวิตของเรา ตัวเราเองก็เช่นเดียวกันอาจจะหล่นหายไปจากชีวิตของใครคนหนึ่ง เมื่อขบวนรถแห่งชีวิตเคลื่อนผ่านออกไป เราก็ค่อย ๆ ลืมเลือนกัน หลายครั้งเรากลับไปเหยียบย่ำสถานีชีวิตที่เราเคยผ่าน พลันเรารำลึกได้จากความทรงจำที่หล่นหาย ณ ซอกหลืบของหัวใจ ว่าครั้งหนึ่งเราเคยทำใครตกหายไปจากชีวิต
ในเส้นทางที่สวนกันบางขณะเรากำลังนั่งอยู่บนขบวนรถแห่งชีวิต เรามาดหวัง ณ สถานีหนึ่งจะมีใครสักคนมารอและรับเรา แต่เปล่าเลยขณะที่เสียงเครื่องยนต์ค่อย ๆ ลดความดัง สายตาของผมก็กวาดมอง ชะเง้อหา สุดท้ายก็พบแต่ความว่างเปล่า ขบวนรถแห่งชีวิตค่อย ๆ เคลื่อนไปข้างหน้า แล้วผมก็ค่อย ๆ เลื่อนหายไป
ณ เวลานี้ ขบวนรถแห่งชีวิตของผมได้เคลื่อนผ่านจากสถานีหนึ่ง สถานีว่างเปล่าไร้ผู้คน ผมจอดพักและเวียนหา สุดท้ายก็ไม่พบเจอใครและไม่มีใครต้องการร่วมขบวนเดียวกับผม มันค่อย ๆ เคลื่อนไปข้างหน้า แต่แล้วก็มีคน ๆ หนึ่งกระโดดขึ้นมาบนขบวนรถแห่งชีวิต
คนที่ทำให้ผมได้เปิดเผยบางสิ่ง ขณะเดียวกันผมก็ขุดค้นซอกตนบางอย่างของเค้า แต่แล้วเมื่อผมเงยหน้ามองฟ้า ผมกลับเห็นสถานีข้างหน้าลาง ๆ ผมรู้สึกกลัว กลัวว่าเมื่อขบวนรถหยุด เค้าจะเดินหายไปพร้อมกับควันขาวที่จางเจือนอยู่ กลัวว่าชีวิตของผมจะตกหล่นไปจากชีวิตของเค้า กลัวว่าเค้าจะนึกถึงผมก็ต่อเมื่อขบวนรถของผมได้เคลื่อนผ่านสถานีชีวิตของเค้า ... และสุดท้ายผมก็จะค่อย ๆ เลือนหายไป
และผมยังติดค้างอยู่สถานีนึง รอตั๋วใบหนึ่งอยู่
#1 By คนธรรมดา on 2008-02-12 12:01