นิทานดวงดาว
posted on 04 Mar 2008 09:58 by deguchinochi in DiArYผมเป็นดาวดวงหนึ่งในระบบสุริยะจักรวาล ชื่อของผมนะเหรอครับ ผมไม่ทราบว่าคนบนดาวโลกเรียกผมว่าอย่างไร เพราะผมเป็นเพียงดาวดวงเล็ก ๆ ที่มิได้สลักสำคัญต่อระบบสุริยะจักรวาลเท่าใดนัก ผมชื่อ samishiiimperium ผมหมุนรอบตัวเองเป็นเวลา 12 ชั่วโมง และหมุนรอบดวงจันทร์เป็นเวลา 109 วัน ทำให้ผมมีฤดูกาลที่เปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ความเย็น ย่ำกรายเข้ามาหาผมเป็นเวลากลางคืนในทุก ๆ วัน มันจะอยู่แนบชิดติดกายผมเป็นเวลา 4 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย จากนั้นความเย็นจะค่อยๆ มลายหายไป หมอกบางเบาค่อย ๆ ลดต่ำลง ความร้อนแผ่ซ่านเข้ามาแทนที่ จากนั้นมันจะร้อน ร้อนขึ้น ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ความร้อนปกคลุมทุกอณูของดาวผม จากแผ่นดินอันแห้งแข็ง ไปสู่หลุมอากาศขนาดยักษ์ ไอร้อนพวยพุ่งขึ้นมา ประดุจมันจะระเบิดออก แต่แล้วฉับพลัน สายน้ำเม็ดเล็ก ๆ หลายสายเริ่มตกลงมา ไอร้อนเริ่มจางจืดและหายไป แทนที่ด้วยความชุ่มช่ำของเม็ดฝน ในทุก ๆ วัน ดาวของผมจะต้องผ่านพบฤดูกาลต่างๆ เหล่านี้
ผมเคลื่อนตัวมาเป็นเวลา 20 ปี 20 ปีที่ผ่านมาผมได้เห็นการเติบดับและหายสูญของดวงดาวอยู่เสมอ ๆ แต่มีดาวดวงหนึ่งที่ล่องลอยอยู่ท่ามกลางฝุ่นผงและเถ้าธุลีบนผ้าม่านผืนดำ เพราะมันมีลักษณะพิเศษอย่างยิ่งกว่าดาวดวงอื่นมากหลาย อย่างเช่นดาวของผม จะมีสิ่งมีชีวิตอยู่ไม่มากนัก ด้วยความกดอากาศที่ต่ำเป็นพิเศษ ฤดูกาลอันไม่แน่นอน ทำให้สิ่งมีชีวิตยากที่จะถือกำเนิดและเติบโต มีเพียงดาวที่ชื่อว่า ดาวโลก ที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่
ผมเฝ้ามองดูดาวโลกเสมอ ช่วงวันที่มากกว่าดาวของผมครึ่งหนึ่ง ทำให้ผมสามารถดูดาวโลกได้สม่ำเสมอ หลายครั้งที่ผมเฝ้าอิจฉาดาวโลก ดาวที่เต็มไปด้วยการเคลื่อนไหว ดาวที่ทำให้รู้สึกถึงการมีอยู่และจากไป ดาวที่ทำให้รู้สึกถึงการเติบโต ดาวของผมไร้ซึ่งการเติบโต ไม่มีการเคลื่อนไหวอันใดเกิดขึ้นมานานหลายปี ไม่มีใครถือกำเนิดและตายไป
และด้วยความที่ดาวโลกเป็นดวงหนึ่งสำคัญพอ ๆ กับดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ระบบสุริยะจักรวาลจึงมีกฏข้อหนึ่งที่ถือว่าเป็นกฏข้อบังคับของการมีอยู่ของดวงดาว มันระบุไว้ว่า " ถ้าดาวดวงใดที่ไม่สามารถกระทำตนให้แสดงถึงการมีตัวตน โดยอาศัยจากการเฝ้ามองของผู้คนบนดาวโลก ดาวดวงนั้นต้องอันตรธานหายไป เป็นเพียงดาวตก "
ระยะแรกที่ผมถือกำเนิดจากเถ้าธุลีเป็นดาวดวงใหม่ ผมงงงวยกับสิ่งที่กฏข้อนี้บอก ผมค้นหาว่าทำไมเราจะต้องกลายเป็นดาวตก ผมขบคิดและค้นหาคำตอบอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งวันหนึ่งผมได้โคจรมาใกล้ ๆ ดาวดวงหนึ่ง ดาวที่เส้นแสงกำลังลุกโชติอย่างน่าตกใจ
" ทำไมแสงของเธอถึงสว่างขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ "
" เรากำลังจะกลายเป็นดาวตกนะสิ "
" งั้นแสดงว่าเธอกำลังจะหลุดหายไปจากวงโคจรเหรอ "
" อืม "
" ทำไมถึงอย่างนั้นไปได้ "
" ก็เพราะคนบนโลกไม่รู้ว่าฉันมีตัวตนอยู่ ทุกคนต่างไปจับจ้องอยู่กับดาวที่มีแสงสว่างสวยงามอย่าง ดาวเหนือ หรือว่าดาวที่มีตำนานเล่าขานอย่าง ดาวลูกไก่ แต่สำหรับฉัน ดาวที่ไร้ซึ่งอัตลักษณ์ที่ชัดเจน ดาวที่ไม่ได้เป็นปัจเจกเหมือนกับดาวอื่น ๆ คนบนโลกมองไม่เห็นการมีอยู่ของฉัน แต่คนบนโลกจะสัมผัสได้ถึงการจากไปของฉัน "
" ด้วยการกลับกลายเป็นดาวตกนะเหรอ ฉันไม่เข้าใจ "
" ก็เพราะดาวตกมักมีเส้นแสงที่สวยงามและชัดเจน ดาวจะค่อย ๆ ไร้ซึ่งแรงโน้มถ่วง การที่เราสัมผัสกับอากาศซึ่งรายล้อมตัวเรา เราดำดิ่งสู่พื้นล่างอย่างรวดเร็ว ทำให้เราค่อย ๆ ลุกไหม้ ผู้คนบนโลกจะรับรู้และเห็นเราจากการลุกไหม้นั้น เราจะมีอัตลักษณ์ในยามที่เรากำลังจะดับสูญ ผู้คนบนโลกจะเฝ้าขอพรจากเรา เพราะเห็นค่าในเรา และสุดท้ายเราก็จะมอดดับลงที่ปลายฟ้าของดาวโลก "
" เราอีกนานเท่าใดที่เธอจะค่อย ๆ ดำดิ่งลง "
" คงจะในเร็ววันนี้ "
ไม่นานนักจากวันที่ผมได้โคจรไปพบและพูดคุย สามวันต่อมา ผมได้เห็นการดำดิ่งของดาวดวงหนึ่งที่ลุกไหม้เป็นแสงสีแดงสวย ผมไม่เคยเห็นดาวสีแดงสวยแบบนี้มาก่อน แต่ในการดำดิ่งอยู่นั้น ใครเล่าจะแลเห็นคราบน้ำตาที่รินไหลอยู่ ผมคิดถ้าผมต้องดำดิ่งไปในห้วงอวกาศผมจะลุกไหม้เป็นเส้นสีใด
ผมยังโคจรไปเรื่อย ๆ ตามวิถีที่กำหนดไว้ และผมยังเฝ้ามองดูดาวโลกอย่างเงียบเฉย ผมเฝ้ามองว่าจะมีมนุษย์ผู้ใดที่ยกกล้องดูดาวมองมาที่ผมบ้าง หรือมีใครสักคนหรือว่าสองคนที่เรียกกันว่า " คู่รัก " กำลังนอนดูดาวเคียงกัน มองมายังผม แล้วพูดกันด้วยน้ำเสียงเบาบาง " ดูดาวดวงนั้นสิ สวยจัง " ผมเฝ้ามองและสดับฟัง
นานวันเข้า ผมเริ่มรู้สึกถึงการไม่มีตัวตนของตัวเอง การไม่ได้รับการเฝ้ามองจากมนุษย์คนใดเลย ทำให้ผมรู้สึกกลัว มีช่วงหนึ่งที่ผมเหมือนกำลังถูกเฝ้ามองโดยใครคนหนึ่ง เค้าเฝ้ามองผมอย่างแน่นิ่งและเนิ่นนาน แต่แล้วด้วยความแปรเปลี่ยนของฤดูกาลบนดวงดาวของผม ทำให้เค้าไม่สามารถที่จะจับเฝ้าและมองมายังผมได้ เค้าผู้นั้นค่อย ๆ หายลับไปคล้ายเถ้าธุลีในระบบสุริยะจักรวาล
วันอันว่างเปล่าและเงียบเหงาคืบคลานเข้ามาเรื่อย ๆ ผมได้รับการแจ้งเตือนจากผู้คุมดาวว่า อีกไม่นานผมต้องกลายเป็นดาวตก ผมมองหาคน ๆ นั้นอยู่เสมอ คนที่ทำให้ผมเสมือนได้มีตัวตน คนที่เห็นเพียงร่างเงาอันเปล่าเปลี่ยว วูบไหวอยู่ในหมอกหนา แต่แล้วผมก็ไม่พบ ผมไม่ได้อยากพบเพื่อจะทำให้ผมมีความรู้สึกของการมีตัวตน ผมเพียงอยากจะขอบคุณเค้าที่ทำให้เสี้ยววินาทีแห่งการมีชีวิตของผมได้รู้ว่าผมยังมีตัวตน ขอบคุณเค้าที่ทำให้ผมรู้สึกได้ถึงการเฝ้ามอง ขอบคุณที่ทนอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของดาวดวงเล็ก ๆ ที่ไม่ได้สลักสำคัญใด ๆ เลย
ถึงเวลาแล้วสินะ ถึงเวลาอันมอดดับและสูญหายของดาวดวงหนึ่ง ดาวดวงเล็ก ๆ สีเหลืองอ่อน กำลังค่อย ๆลุกโชติเป็นแสงสีเหลืองทอง แรงโน้มถ่วงเริ่มหายไป ผมค่อย ๆ ดำดิ่ง ผมเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว เร็วขึ้นจนน่าใจหาย สายน้ำแห่งความเจ็บปวดไม่อาจรินไหลได้เพราะถูกไฟแห่งการลาจากทำให้ระเหยหาย ผมหลับตา หลับตา แต่แล้วผมก็ลืมตาขึ้น
เพียงหวังว่าคน ๆ นั้นจะเฝ้ามองผมอยู่ ไม่ว่าจะไกลหรือใกล้ ผมก็ยังอยากจะรู้ว่าคน ๆ นั้นเป็นใคร หมาป่าในคืนเดือนมืด หญิงสาวที่แนบชิดกับริมหน้าต่าง หรือว่าชายผู้ถือกล้องถ่ายรูปอยู่ในมือ คุณคงจะเห็นผมแล้วสินะ ดาวสีเหลืองที่คุณเคยแอบมอง กำลังลาลับหายไปจากวงโคจร จากดาวดวงพอเหมาะ ค่อย ๆ กลายเป็นดาวดวงเล็ก ๆ เส้นสีเหลืองทองทอดยาว กำลังขาดหายไปจากฟ้าที่แสนมืดมิดบนดาวโลก และแล้ว
ผมก็ไหม้หายและมอดดับ บนพื้นฟ้าใต้โลกของคุณ
แล้วเราคงจะพบกันในอีกหลายปีแสง หรือบางทีผมอาจจะตกอยู่บนตารางนิ้วเล็ก ๆ บนหัวใจคุณ
แล้วพบกันครับ
หมายเหตุ :ร่างแรกของเรื่องสั้นของผม อย่างไรก็มาคอมเมนท์กันได้ครับ จะได้เอาไปปรับปรุงแก้ไข ขอบคุณครับ

ขอบคุณสำหรับการถามไถ่ค่ะ
แวะมาอ่านคูหา 11 อีกรอบค่ะ ฝากแปะไว้ก่อนค่ะ
)
#1 By *~นักสืบคิด~* on 2008-03-06 12:08