นิทานดวงดาว

posted on 04 Mar 2008 09:58 by deguchinochi  in DiArY

Photobucket

  ผมเป็นดาวดวงหนึ่งในระบบสุริยะจักรวาล  ชื่อของผมนะเหรอครับ  ผมไม่ทราบว่าคนบนดาวโลกเรียกผมว่าอย่างไร  เพราะผมเป็นเพียงดาวดวงเล็ก ๆ ที่มิได้สลักสำคัญต่อระบบสุริยะจักรวาลเท่าใดนัก  ผมชื่อ samishiiimperium  ผมหมุนรอบตัวเองเป็นเวลา  12  ชั่วโมง  และหมุนรอบดวงจันทร์เป็นเวลา  109  วัน  ทำให้ผมมีฤดูกาลที่เปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็ว  ความเย็น     ย่ำกรายเข้ามาหาผมเป็นเวลากลางคืนในทุก ๆ วัน  มันจะอยู่แนบชิดติดกายผมเป็นเวลา  4  ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย  จากนั้นความเย็นจะค่อยๆ มลายหายไป  หมอกบางเบาค่อย ๆ ลดต่ำลง  ความร้อนแผ่ซ่านเข้ามาแทนที่  จากนั้นมันจะร้อน  ร้อนขึ้น  ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ความร้อนปกคลุมทุกอณูของดาวผม  จากแผ่นดินอันแห้งแข็ง  ไปสู่หลุมอากาศขนาดยักษ์  ไอร้อนพวยพุ่งขึ้นมา  ประดุจมันจะระเบิดออก  แต่แล้วฉับพลัน  สายน้ำเม็ดเล็ก ๆ หลายสายเริ่มตกลงมา  ไอร้อนเริ่มจางจืดและหายไป  แทนที่ด้วยความชุ่มช่ำของเม็ดฝน  ในทุก ๆ วัน  ดาวของผมจะต้องผ่านพบฤดูกาลต่างๆ เหล่านี้   

   ผมเคลื่อนตัวมาเป็นเวลา 20  ปี  20 ปีที่ผ่านมาผมได้เห็นการเติบดับและหายสูญของดวงดาวอยู่เสมอ ๆ แต่มีดาวดวงหนึ่งที่ล่องลอยอยู่ท่ามกลางฝุ่นผงและเถ้าธุลีบนผ้าม่านผืนดำ  เพราะมันมีลักษณะพิเศษอย่างยิ่งกว่าดาวดวงอื่นมากหลาย  อย่างเช่นดาวของผม  จะมีสิ่งมีชีวิตอยู่ไม่มากนัก  ด้วยความกดอากาศที่ต่ำเป็นพิเศษ  ฤดูกาลอันไม่แน่นอน  ทำให้สิ่งมีชีวิตยากที่จะถือกำเนิดและเติบโต  มีเพียงดาวที่ชื่อว่า  ดาวโลก  ที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ 

  ผมเฝ้ามองดูดาวโลกเสมอ  ช่วงวันที่มากกว่าดาวของผมครึ่งหนึ่ง  ทำให้ผมสามารถดูดาวโลกได้สม่ำเสมอ  หลายครั้งที่ผมเฝ้าอิจฉาดาวโลก  ดาวที่เต็มไปด้วยการเคลื่อนไหว  ดาวที่ทำให้รู้สึกถึงการมีอยู่และจากไป  ดาวที่ทำให้รู้สึกถึงการเติบโต  ดาวของผมไร้ซึ่งการเติบโต  ไม่มีการเคลื่อนไหวอันใดเกิดขึ้นมานานหลายปี  ไม่มีใครถือกำเนิดและตายไป 

  และด้วยความที่ดาวโลกเป็นดวงหนึ่งสำคัญพอ ๆ กับดวงอาทิตย์และดวงจันทร์  ระบบสุริยะจักรวาลจึงมีกฏข้อหนึ่งที่ถือว่าเป็นกฏข้อบังคับของการมีอยู่ของดวงดาว  มันระบุไว้ว่า  "  ถ้าดาวดวงใดที่ไม่สามารถกระทำตนให้แสดงถึงการมีตัวตน  โดยอาศัยจากการเฝ้ามองของผู้คนบนดาวโลก  ดาวดวงนั้นต้องอันตรธานหายไป  เป็นเพียงดาวตก  "

   ระยะแรกที่ผมถือกำเนิดจากเถ้าธุลีเป็นดาวดวงใหม่  ผมงงงวยกับสิ่งที่กฏข้อนี้บอก  ผมค้นหาว่าทำไมเราจะต้องกลายเป็นดาวตก  ผมขบคิดและค้นหาคำตอบอยู่ตลอดเวลา  จนกระทั่งวันหนึ่งผมได้โคจรมาใกล้ ๆ ดาวดวงหนึ่ง  ดาวที่เส้นแสงกำลังลุกโชติอย่างน่าตกใจ   

   "  ทำไมแสงของเธอถึงสว่างขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ "

   "  เรากำลังจะกลายเป็นดาวตกนะสิ "

   "  งั้นแสดงว่าเธอกำลังจะหลุดหายไปจากวงโคจรเหรอ  "

   "  อืม  "

   "  ทำไมถึงอย่างนั้นไปได้  "

   "  ก็เพราะคนบนโลกไม่รู้ว่าฉันมีตัวตนอยู่  ทุกคนต่างไปจับจ้องอยู่กับดาวที่มีแสงสว่างสวยงามอย่าง  ดาวเหนือ  หรือว่าดาวที่มีตำนานเล่าขานอย่าง  ดาวลูกไก่  แต่สำหรับฉัน  ดาวที่ไร้ซึ่งอัตลักษณ์ที่ชัดเจน  ดาวที่ไม่ได้เป็นปัจเจกเหมือนกับดาวอื่น ๆ คนบนโลกมองไม่เห็นการมีอยู่ของฉัน  แต่คนบนโลกจะสัมผัสได้ถึงการจากไปของฉัน  "

   "  ด้วยการกลับกลายเป็นดาวตกนะเหรอ  ฉันไม่เข้าใจ  "

   "  ก็เพราะดาวตกมักมีเส้นแสงที่สวยงามและชัดเจน  ดาวจะค่อย ๆ ไร้ซึ่งแรงโน้มถ่วง  การที่เราสัมผัสกับอากาศซึ่งรายล้อมตัวเรา  เราดำดิ่งสู่พื้นล่างอย่างรวดเร็ว  ทำให้เราค่อย ๆ ลุกไหม้  ผู้คนบนโลกจะรับรู้และเห็นเราจากการลุกไหม้นั้น  เราจะมีอัตลักษณ์ในยามที่เรากำลังจะดับสูญ  ผู้คนบนโลกจะเฝ้าขอพรจากเรา  เพราะเห็นค่าในเรา  และสุดท้ายเราก็จะมอดดับลงที่ปลายฟ้าของดาวโลก  " 

   "  เราอีกนานเท่าใดที่เธอจะค่อย ๆ ดำดิ่งลง  "

   "  คงจะในเร็ววันนี้  " 

   ไม่นานนักจากวันที่ผมได้โคจรไปพบและพูดคุย  สามวันต่อมา  ผมได้เห็นการดำดิ่งของดาวดวงหนึ่งที่ลุกไหม้เป็นแสงสีแดงสวย  ผมไม่เคยเห็นดาวสีแดงสวยแบบนี้มาก่อน  แต่ในการดำดิ่งอยู่นั้น  ใครเล่าจะแลเห็นคราบน้ำตาที่รินไหลอยู่  ผมคิดถ้าผมต้องดำดิ่งไปในห้วงอวกาศผมจะลุกไหม้เป็นเส้นสีใด

   ผมยังโคจรไปเรื่อย ๆ ตามวิถีที่กำหนดไว้  และผมยังเฝ้ามองดูดาวโลกอย่างเงียบเฉย  ผมเฝ้ามองว่าจะมีมนุษย์ผู้ใดที่ยกกล้องดูดาวมองมาที่ผมบ้าง  หรือมีใครสักคนหรือว่าสองคนที่เรียกกันว่า " คู่รัก "  กำลังนอนดูดาวเคียงกัน  มองมายังผม  แล้วพูดกันด้วยน้ำเสียงเบาบาง " ดูดาวดวงนั้นสิ  สวยจัง "  ผมเฝ้ามองและสดับฟัง 

  นานวันเข้า  ผมเริ่มรู้สึกถึงการไม่มีตัวตนของตัวเอง  การไม่ได้รับการเฝ้ามองจากมนุษย์คนใดเลย  ทำให้ผมรู้สึกกลัว  มีช่วงหนึ่งที่ผมเหมือนกำลังถูกเฝ้ามองโดยใครคนหนึ่ง  เค้าเฝ้ามองผมอย่างแน่นิ่งและเนิ่นนาน  แต่แล้วด้วยความแปรเปลี่ยนของฤดูกาลบนดวงดาวของผม  ทำให้เค้าไม่สามารถที่จะจับเฝ้าและมองมายังผมได้  เค้าผู้นั้นค่อย ๆ หายลับไปคล้ายเถ้าธุลีในระบบสุริยะจักรวาล

  วันอันว่างเปล่าและเงียบเหงาคืบคลานเข้ามาเรื่อย  ๆ  ผมได้รับการแจ้งเตือนจากผู้คุมดาวว่า  อีกไม่นานผมต้องกลายเป็นดาวตก  ผมมองหาคน ๆ นั้นอยู่เสมอ  คนที่ทำให้ผมเสมือนได้มีตัวตน  คนที่เห็นเพียงร่างเงาอันเปล่าเปลี่ยว  วูบไหวอยู่ในหมอกหนา  แต่แล้วผมก็ไม่พบ  ผมไม่ได้อยากพบเพื่อจะทำให้ผมมีความรู้สึกของการมีตัวตน  ผมเพียงอยากจะขอบคุณเค้าที่ทำให้เสี้ยววินาทีแห่งการมีชีวิตของผมได้รู้ว่าผมยังมีตัวตน  ขอบคุณเค้าที่ทำให้ผมรู้สึกได้ถึงการเฝ้ามอง  ขอบคุณที่ทนอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของดาวดวงเล็ก  ๆ ที่ไม่ได้สลักสำคัญใด ๆ เลย 

   ถึงเวลาแล้วสินะ  ถึงเวลาอันมอดดับและสูญหายของดาวดวงหนึ่ง  ดาวดวงเล็ก ๆ สีเหลืองอ่อน  กำลังค่อย ๆลุกโชติเป็นแสงสีเหลืองทอง  แรงโน้มถ่วงเริ่มหายไป  ผมค่อย ๆ ดำดิ่ง  ผมเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว  เร็วขึ้นจนน่าใจหาย  สายน้ำแห่งความเจ็บปวดไม่อาจรินไหลได้เพราะถูกไฟแห่งการลาจากทำให้ระเหยหาย  ผมหลับตา  หลับตา  แต่แล้วผมก็ลืมตาขึ้น

  เพียงหวังว่าคน ๆ นั้นจะเฝ้ามองผมอยู่  ไม่ว่าจะไกลหรือใกล้  ผมก็ยังอยากจะรู้ว่าคน ๆ นั้นเป็นใคร  หมาป่าในคืนเดือนมืด  หญิงสาวที่แนบชิดกับริมหน้าต่าง  หรือว่าชายผู้ถือกล้องถ่ายรูปอยู่ในมือ  คุณคงจะเห็นผมแล้วสินะ  ดาวสีเหลืองที่คุณเคยแอบมอง  กำลังลาลับหายไปจากวงโคจร   จากดาวดวงพอเหมาะ  ค่อย ๆ กลายเป็นดาวดวงเล็ก ๆ เส้นสีเหลืองทองทอดยาว  กำลังขาดหายไปจากฟ้าที่แสนมืดมิดบนดาวโลก  และแล้ว

 

ผมก็ไหม้หายและมอดดับ  บนพื้นฟ้าใต้โลกของคุณ

Photobucket

 

 

แล้วเราคงจะพบกันในอีกหลายปีแสง  หรือบางทีผมอาจจะตกอยู่บนตารางนิ้วเล็ก ๆ บนหัวใจคุณ 

 

 

แล้วพบกันครับ 

 

 

 

หมายเหตุ :ร่างแรกของเรื่องสั้นของผม  อย่างไรก็มาคอมเมนท์กันได้ครับ  จะได้เอาไปปรับปรุงแก้ไข  ขอบคุณครับ 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

สนุกดีค่ะสำนวนการเขียนดีมากค่ะขอแอดเป็นเฟเวอริดนะคะจะแวะมาอ่านบ่อยๆbig smile

#1 By *~นักสืบคิด~* on 2008-03-06 12:08

สารภาพว่าอ่านแล้วน้ำตาจะไหล
(ถ้าอ่านช่วงก่อนหน้านี้ซักครึ่งปี อาจจะไหลไปแล้วก็ได้)


ปล. ยังไม่ได้ดู Once เลยครับ
รอตัวเอง + คนที่อยากไปดูด้วย ว่างอยู่
คงได้ดูวันจันทร์ที่จะถึงนี้

#2 By nanoguy on 2008-03-06 12:32


''คนบนโลกมองไม่เห็นการมีอยู่ของฉัน แต่คนบนโลกจะสัมผัสได้ถึงการจากไปของฉัน "
มันเป็นอย่างนี้อยู่เสมอจริงๆด้วยสิคะ
ดวงดาวมากมาก ก็เหมือนๆกันไปหมด แค่รู้สึกว่ามี
แต่ก็ไม่ได้สำคัญอะไร....
แต่วันที่ดาวกำลังจะกลายเป็นดาวตก
ประกายวาบนั้น ที่สะกิดให้คนหันมามองดู
เห็นว่ามีตัวตน ในวันที่กำลังจาลาลับ
ชอบอ่านค่ะ เขียนเยอะๆน๊า

big smileขอบคุณสำหรับการถามไถ่ค่ะ

#3 By นาฬิกาทราย on 2008-03-06 12:43

อ่านรอบแรก ยังไม่ได้ยินเสียงเพลง
แต่คิดว่า มีแรงบันดาลใจจากเพลงนี้รึเปล่า

อ่านได้โดยไม่สะดุดค่ะ
แต่เหงาจัง
แล้วเราจะหาดาวดวงนั้นได้ยังไง ในจักรวาลกว้างใหญ่
เราจะหากันเจอไหม

#4 By friday on 2008-03-06 12:58

^
^
ผิดล็อคอิน ค่ะ แต่คนเดียวกันแหละ

big smile

เป็นนิทานที่เศร้าจังเลยค่ะ
ดีนะคะที่เป็นแค่นิทาน..

ไม่อย่างนั้นคงไม่กล้าอธิษฐานอะไรกับดาวตกอีก..

big smile

ปล. ภาพประกอบเป็นรูปกลุ่มดาวอะไรค่ะ?? อยากรู้จัง

#6 By 1411 on 2008-03-06 13:08

จริงๆเรื่องนี้ออกแนวพุทธศาสนานะคะ มีเกิด มีดับ ไม่มีอะไรที่มีอยู่จริง

#7 By VAR on 2008-03-06 13:16

samishiiimperium อ่านว่าจะได๋หนอ
ซามิชชิมเพอเรียม ??
big smile เรื่องแนวเกิดๆดับๆ สัจธรรมอะไรทำนองนี้
น่าสนใจค่ะ
:) เขียนดีจังค่ะ ซึมนิดๆ Hot! Hot! Hot!
เป็นเอนทรี่ที่ผสมผสานความงามของความรัก, ปัจเจกชน และปรัชญา ได้อย่างกลมกล่อมน่ะค่ะ
big smile

#9 By on 2008-03-06 14:52

ปล. ภาพสวยด้วยค่ะ ภาพเพิ่งมา

#10 By on 2008-03-06 14:54

Hot! Hot! Hot!

ดำดิ่งสู่ห้วงรัตติกาลสนิท
หมู่ดาริกาพริบพราวดั่งแสงโคมฉาย
สุกสว่างส่องฟ้าทาบทาผืนนภาดล
ตัวข้า ... มิหมายอื่น
ปรารถนาเพียงเศษเสี้ยวแห่งแสง
ดอกไม้เพลิงข้ามผืนฟ้า - ประดับใจ.

by staysoclose 06/03/08 /แจมด้วย

#11 By on 2008-03-06 15:29

ใช้ได้ๆbig smile

#12 By filmsick on 2008-03-06 16:48

อา เขียนดีครับ ผมชอบนะ เศร้าแต่อีกมุมก็อบอุ่นนะครับ
big smile
ถึงคุณ ~•GoldfishOu•~ แปลง่ายครับ

มันเป็นคำผสมของคำสองภาษาครับ

พักนี้อ่านอะไรก็ชอบโยงกับเรื่อง

ความรักยังไงก็ไม่รู้... -*- เฮ้อ


ดาวดวงนั้นก็คงเหมือนคนที่ยัง

เป็นโสดอยู่ล่ะมั้ง รอคนที่อย่างน้อย

แค่มองเห็นเราก็ยังดี แต่จนตายก็ยังไม่เจอ

น่าเศร้าว่ะ ชีวิต ToT ต้องทนอย่างงั้นไปจนตาย

จริงรึเปล่าวะ ? เฮ้อออ เกือบทำกูร้องไห้แล้ว... -*-
ที่มาของดาวตกเป็นยังงี้นี่เอง
เมื่อเห็นดาวตกมักจะอธิษฐานกัน
บางทีก็สงสารดาวตกเหมือนกัน
ลอยอยู่ดีๆ ก็ล่วงหล่นจากฟากฟ้า
ถ้าการเฝ้ามองดาวตกทำให้ดาวตกคงอยู่
งั้นต้องมองหาดาว สาวๆ สวยๆ บ้างแล้วล่ะ

#16 By จั่นเจา on 2008-03-06 17:42

confused smile แวะมาอ่านคูหา 11 อีกรอบค่ะ ฝากแปะไว้ก่อนค่ะ

#17 By on 2008-03-06 18:50

ชอบน่ะ
แต่จะชอบมากกว่านี้ถ้าไม่มี 3 บรรทัดสุดท้าย ที่เริ่มจาก...และแล้ว

ปล.อย่าเชื่ออะไรชั้นมาก เพราะชั้นคงเขียนไม่ได้อย่างแกหรอก

#18 By ennisdelmar on 2008-03-06 18:56

อ่านแล้วนึกถึงเรื่อง Stardust...ดวงดาวที่เฝ้ามองลงมาบนโลก

ฉันก็เพิ่งเขียนเรื่องสั้นเกี่ยวกับดวงดาวไปเหมือนกัน...big smile


ชอบเรื่องสั้นของคุณค่ะ

ไว้จะแวะมาอีกนะ

#19 By .;:melody:;. on 2008-03-06 19:51

อ่านแล้วนึกถึงเรื่อง Stardust...ดวงดาวที่เฝ้ามองลงมาบนโลก

ฉันก็เพิ่งเขียนเรื่องสั้นเกี่ยวกับดวงดาวไปเหมือนกัน...big smile


ชอบเรื่องสั้นของคุณค่ะ

ไว้จะแวะมาอีกนะ

#20 By .;:melody:;. on 2008-03-06 19:51



ชอบจังน้องอาร์ท

Hot! Hot! Hot!

#21 By ขนมต้ม~** on 2008-03-06 19:57

"คนบนโลกมองไม่เห็นการมีอยู่ของฉัน แต่คนบนโลกจะสัมผัสได้ถึงการจากไปของฉัน"... ประโยคนี้เกือบทำฉันหัวใจวายแน่ะ... ฉันทั้งชอบ และซาบซึ้งกับมันจริง ๆ นะคุณ

ส่วนเรื่องชื่อดาว...อ่านครั้งแรก.. ฉันจับคำได้ตามเซ้นส์ที่ฉันมี มันมากจากคำว่า samishii ที่แปลว่า ความเหงา ความเดียวดาย ใช่ไหมคะ ? (ส่วนอีกครึ่งนึง ที่เป็นอังกฤษ ฉันไม่รู้หรอก เพราะในชั่วโมงภาษาอังกฤษ ฉันมีประโยคหากินอยู่อย่างเดียวคือ "Let me speak Japanese,plz.."question)

ฉันชอบแนวคิดของคุณนะ... แต่คิดว่า ถ้าภาษากระชับ แล้วก็คมกว่านี้อีกสักนิด คงจะเกิดอาการ ฉึก! มากกว่านี้ แค่นี้ ประโยคที่ฉันบอกตอนแรกนั้น ก็ได้ใจฉันไปเต็ม ๆ แล้วdouble wink

โดยรวมๆ แล้ว ชอบค่ะ

ปล. ไหนๆ คุณก็อ่านไปโดนบรรทัดนั้นเข้าให้แล้ว... ฉันรักคุณก็ได้ค่ะquestion
ลืมบอก ฉันไปดู Once มาแล้วเรียบร้อยค่ะ big smile
น้ำตาตกแทนดาว
เกือบจะเศร้านะ...

เราว่า..การแบ่งวรรคตอนดีดี

จะทำให้อ่านแล้ว ซึ้งไปกว่านี้

สำนวนดีอ่ะ เราชอบ แต่อ่านแล้วระหว่างบรรทัดมันทำให้ตาลายไปหน่อย

อาจจะเป็นที่เราคนเดียวก็ได้

แต่ก็...บอกไว้นะจ๊ะ...

สู้ ๆ ต่อไปนะ จะมาตามอ่านจ๊ะ

อ่อ...เรื่องสอบของเราเหรอ
เหลืออีก 2 ตัว กับ 1 พรีเซ้นท์

เหนื่อยอ่ะ แต่ก็สู้ ๆ จ๊ะ

ยังไงก็สู้ๆ เช่นกันนะจ๊ะbig smile

#25 By รักคือ? on 2008-03-06 22:02

เริ่มต้นร่างแรกได้ดีค่ะ ชวนให้ซาบซึ้งใจได้ big smile Hot!
เขียนได้ดีเลยครับ โดยเฉพาะสะท้อนความเป็นจริงข้อนึงที่ว่า

คนบนโลกมองไม่เห็นการมีอยู่ของฉัน แต่คนบนโลกจะสัมผัสได้ถึงการจากไปของฉัน

...แม้แต่กับมนุษย์ด้วยกันเอง หลายครั้งก็เป็นแบบนี้ครับ

#27 By SkyKiD on 2008-03-06 22:31

อา...อย่างน้อย บนตารางเล็กๆบนหัวใจผม มันก็มีดวงดาวดวงนี้ป่นกระจุยอยู่ตรงนั้น

มันน่าเศร้านะครับที่ไม่รู้ว่ามีใครมองเห็นเราบ้างหรือเปล่า
เพราะในส่วนลึกของเรา...ดวงดาว ต่างก็ต้องการคนชื่นชมใช่ไหม....มันจึงไม่แปลกอะไรที่ต่างก็อยากสวยงาม

ถ้าภาษากระชับอีกนิดหนึ่ง จะเป็นเรื่องสั้นที่งดงามสุดๆเลยครับ

#28 By Crozzax on 2008-03-06 22:59


แวะมาทักทายก่อน แล้วจะกลับเข้ามาคอมเม้นต์เรื่องสั้น "นิทานดวงดาว" นะคะ big smile

อยากเห็นหน้าดาวดวงนี้จังค่ะ

เอ ... หรือว่าจะตกลงมาอยู่ในใจเราซะแล้ววว big smile

#30 By !2know ++ on 2008-03-07 08:18

อ่านเพลินดีค่ะ

#31 By แมงปอ on 2008-03-07 09:16

อ่านแล้วน้ำตาไหล

บางที,,,เราอาจเป็น เช่น ดาวตก

ระลึกได้เมื่อ จากลา

"คราที่แสงสุดท้ายของฉันบังเกิด เธอคงเฝ้ามองแลอธิษฐาน

หากคงเป็นครั้งสุดท้ายเช่นกัน

ที่เธอจะตระหนักได้ถึงการมีอยู่ของฉัน"




เขียนดีจังค่ะ รู้สึกถึงความเศร้า เพลงเพราะจังนะคะชื่อเพลงอะไรอ่ะคะ จะไปหามาเก็บไว้ฟังบ้าง


sad smile

#32 By คนึงนิจ on 2008-03-07 09:45

รออ่านร่างต่อไปค่ะ

- แปลกดีนะ เพิ่งเคยเห็นที่ว่า ผู้ถูกเฝ้ามองรับรู้ว่ากำลังถูกเฝ้ามอง โดยที่ผู้ที่เป็นฝ่ายเฝ้ามองกลับไม่รู้เลยว่าผู้ถูกเฝ้ามองรับรู้ตลอดเวลา surprised smile

#33 By @พักใจ on 2008-03-07 09:45

ผมไม่ใช่นักเขียนนะ แต่ผมชอบแต่งเพลง บังเอิญน้องสนิทผม ส่งงานเขียนของคุณหน้านี้มาให้ผมฟังเพลงว่าเพลงอะไร แล้วผมก็มาหยุดอ่านของคุณ ขอบอกเลยว่าชอบครับ ทั้งที่ผมอ่านแต่เชิงสารคดีดนตรีเท่านั้น ชอบแนวคิด ภาษาบางประโยค แล้วก็รู้จักเปรียบเทียบอะครับ

คิดต่อ เขียนต่อ เพ้อต่อ รักต่อ สู้ต่อไปครับ ปลายทางของจักรวาลรอคุณอยู่ แม้ไม่มีใครมองเห็น confused smile big smile open-mounthed smile

#34 By ขาจรนอนเปล (124.120.17.109) on 2008-03-07 11:54

อ่านแร้วเพลินจังชอบการใช้ภาษาจังเรยคะ

อ่านแร้วเศร้าจังชอบประโยคหนึ่งมากเรยคะ

"ผมก็ไหม้หายและมอดดับ บนพื้นฟ้าใต้โลกของคุณ "

ประโยคนี่โดนจังเรยหงะชอบๆเด๋วจะแวะมาอ่านใหม่นะจ้า

question
อยู่บนฟ้าก็ว่าเหงาแล้ว แต่คนบนโลกยังมองไม่เห็นอีก กลับเหงาหนัก กลายเป็นดาวตกโดดเดี่ยว เศร้าจัง

ขอแอดนะคะ แล้วจะมาอ่านอีกค่ะ surprised smile

#36 By woman in the moon on 2008-03-07 18:24

ฉันชอบนะ
แม้กระทั่งดวงดาวก็ยังอยากมีตัวตนสำหรับใครสักคน
ชอบครับ ซึ้งจับใจดี แต่ผมว่ารายละเอียดของดาวตอนแรกมันเยอะไปหน่อยนะคับ เหมือนอ่านวิชาการเลยsad smile Hot!

#38 By Zirius Sandorius on 2008-03-07 22:46

เดี๋ยวนี้ ไฮโซนะ

#39 By เบิ้ล (124.120.78.155) on 2008-03-08 01:52

"จะมีใคร ใคร รัก คนหน้าตาอย่างฉัน ที่มันธรรมดา ไม่เข้าตาเหมือน..ใคร ใคร"
confused smile

#40 By มนุษย์สีเทา (222.123.173.249) on 2008-03-08 10:19

เพลงเข้าบรรยากาศดีจัง แอบเศร้านะนี่
เราสบายดี เป็นกำลังใจให้งานเขียนทั้งชิ้นนี้และต่อๆไปจ้า

#41 By beautiful_sad on 2008-03-08 19:41

ชอบฟ้าสีเข้ม ๆ ที่บ้านนอก แบบว่าเห็นแสงดาวชัดดีค่ะ เหมือนจะเอื้อมมือไปคว้ามาได้เลยทีเดียว

#42 By TAke a nAp on 2008-03-08 22:54

เหงา...จับใจ
แต่รู้สึกอุ่นๆอิ่มๆข้างใน ชอบค่ะชอบconfused smile

#43 By (^_^)/nana on 2008-03-09 11:14

บางครั้ง

ของบางอย่าง มันก็เปลี่ยนแปลง กันได้

confused smile confused smile confused smile

#44 By LiFe Room on 2008-03-09 14:53

เศร้ามากๆค่ะ

#45 By 555 (58.64.82.202) on 2008-03-17 00:52

อ่านเริ่มแรกแล้ว.. นึกถึงเรื่อง Stardust เหมือนกับคุณ melody เลยค่ะ มีดวงดาวที่เฝ้ามองโลกใบนี้ของเรา

หากคนบนโลก เห็นการมีชีวิตอยู่ของฉัน (ดวงดาว) ดาวดวงนั้นคงไม่ต้องร่วงหล่นเป็นดาวตก

ก็คงเหมือนกับการมีชีวิตอยู่ของคนเรานะค่ะ หากเราไม่มีความสำคัญ หรือไม่มีตัวตน หรือไม่มีใครเห็นการมีอยู่ของเรา
เราคงอยู่บนโลกใบนี้ไม่ได้ sad smile
เศร้ามากๆเลยแงแงแงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

#47 By (117.47.46.100) on 2008-08-03 08:05