Lost in transportation
posted on 21 Apr 2008 09:22 by deguchinochi in BoOKสถานีต้นทาง
เชียงคาน
.
.
.
เมื่อคืนฉันนอนไม่หลับ อากาศไม่ได้หนาวขึ้นหรือน้อยลงกว่าเดิม ดวงตาเบิกโพลง ในขณะที่ทั้งห้องถูกจองจำด้วยความมืด ไม่ใช่เรื่องน่าหลงใหลนัก ฉันค่อย ๆ ลุกขึ้นไปริมหน้าต่าง เพื่อมองพระจันทร์ ดวงดาวที่แบกรับทุกความรู้สึกของผู้คน ไม่ว่าจะคิดถึง ห่วงหา เศร้าสร้อย มนุษย์ทุกผู้ทุกคนต่างโยนไปให้พระจันทร์เสียหมดสิ้น แต่แล้วการเฝ้ามองพระจันทร์ไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกข้างในของฉันดีขึ้นเลย เพราะพระจันทร์ไม่ได้สวยอย่างที่เคยเห็น พระจันทร์เสี้ยวเล็กไม่ได้ทำให้ฉันเศร้าเท่ากับสีของมัน สีอันหมองหม่นและซีดเซียว
การตื่นในเวลา 6 โมงเช้าเป็นสิ่งที่มนุษย์พึงกระทำ แต่มันไม่ใช่เรื่องที่ดีนักสำหรับคนครึ่งหลับครึ่งตื่นก่อนจะผล็อยหลับไปเมื่อราว ๆ ตี 3 อย่างฉัน การได้นอนเพียง 3 ชั่วโมง ไม่ได้ทำให้จิตใจแจ่มชื่นนัก ทั้ง ๆ ณ เวลา 6 โมงเช้า กำลังเป็นช่วงเวลาที่งดงามเวลาหนึ่งของวัน
สายลม _ _ มีสายลมแรงพัดกระทบเรือนกายของฉันวูบหนึ่ง แปลกจัง ปกติยามเช้าแบบนี้ ลักษณะสายลมที่เคยคุ้นมักทำหน้าที่เพียงคลอเคลียเส้นผม มิใช่พัดกรรโชกจนฉันแทบทรงตัวไม่ไหว
“เป็นอะไรล่ะยายหนู หน้าตาดูไม่ค่อยสบายเนื้อสบายตัว “ คุณยายร้านข้าง ๆ คนเดิมทักฉันตามปกติ น่าแปลกที่แกมักจะนั่งอยู่หลังร้านของแกแล้วมองไปยังอีกฝั่งของแม่น้ำโขง พอถึงเวลา 8 โมงเช้า แกก็จะเปลี่ยนไปนั่งหน้าร้านตามปกติ
“อ่อค่ะ นอนไม่ค่อยหลับค่ะยาย ฝันแปลก ๆ “ ฉันตอบขณะที่ในมือยังเก็บผ้าที่ตากไว้
“เหรอ ฝันว่าอะไรล่ะ “ คุณยายถามคำถามใหม่
“จำไม่ได้แล้วล่ะค่ะ“ ฉันตอบยิ้ม ๆ
ฝันแปลก _ _ ฉันกำลังโกหกคนแก่ ฉันไม่ได้ฝันถึงสิ่งแปลกประหลาดต่าง ๆ นานา แต่แปลก แปลกที่ฉันฝันถึงใครคนหนึ่ง คนที่ทำให้ฉันต้องหลบลี้หนีความรู้สึก มาอยู่ ณ จังหวัดอันมีหมอกเย็นปกคลุมตลอดปี
ฉันค่อย ๆ ก้าวเดินอย่างช้า ๆ เนื่องจากพื้นดินกรวดดินทรายเล็ก ๆ เมื่อต้องไอหมอก มันจะลื่นอย่างที่สุด ฉันเคยโดนมากับตัวเอง ตอนมาอยู่ใหม่ ๆ ด้วยความไม่ระมัดระวัง ผลที่ได้รับ ฉันเอ็นฉีกนอนพักรักษาเป็นสัปดาห์
ขณะเมื่อฉันก้าวเดินจากหลังร้าน มีอะไรบางอย่างแปลกต่างไปจากความรู้สึก เสียงกระดิ่งจากแรงลมดังขึ้นเป็นระยะ ๆ นานมาแล้วที่กระดิ่ง ณ บานประตูมิได้ส่งเสียงร้องเรียกแบบนั้น ฉับพลัน . . . ประตูเปิดออก
.
.
.
ฉันพบคุณ
………………………………………………………………………………………………………..
หมอชิต 2
.
.
.
นานเท่าใดแล้วที่ผมนั่งอยู่ ณ เก้าอี้ตัวนี้ บรรยากาศรอบข้างแออัดไปด้วยความแปลกหน้า เท่าที่ผมจำได้ผมนั่งอยู่ ณ เก้าอี้ตัวท้ายสุดของแถวตั้งแต่บ่าย จนถึงเวลานี้ดวงอาทิตย์สีส้มได้หายลับไปตามวิสัยของมัน ที่ผลุบโผล่เป็นแต่พระจันทร์เสี้ยวเล็ก ๆ สีเหลือง สีเหลืองที่ไม่อาจสู้แรงจากแรงไฟได้
ผมกำลังไปที่ใด _ _ ผมถามตัวเองเมื่อตอนก้าวออกมาจากริมฝั่งของพื้นทะเล สถานที่ที่ผมอยู่มา 5 ปีเต็ม “ ฮึ “ เสียงประชดตัวเองก้องอยู่ในใจ ผมทิ้งผู้หญิงคนหนึ่ง ผมไม่ได้บอกกล่าวคำอำลาใด ๆ แก่เธอ ไม่เพียงจะทิ้งโน้ตหรือจดหมายไว้ให้ เพราะผมต้องการให้เธอลืมผมให้ได้ในเร็ววัน
ผมทิ้งเธอทำไม _ _ ไม่แปลกหรอกที่ใครหลายคนอยากรู้ถึงคำตอบของคำถามนี้ เรื่องที่น่าแปลกยิ่งกว่าก็คือ ณ เวลาที่เราสองคนเรียนรู้ความหมายของคำว่า “ รัก “ เป็นแต่เพียงเราสองคนไม่ใช่เหรอที่เรียนรู้คู่กันไป หาได้เรียนรู้พร้อมกับคนอื่นไม่ คำตอบของคำถามนี้จึงมีเพียงผมคนเดียวที่กระซิบบอกกับหัวใจของผม
มีคำถามเกิดขึ้นในหัวใจผม คำถามนี้เวียนว่ายในทุกอากัปกิริยาของผม ณ เวลาที่ผมอยู่กับคนที่ผมรัก “ เราเลือกที่จะบอกลาความสัมพันธ์ ณ ขณะที่เรายังรัก หรือ เราเลือกที่จะบอกลาความสัมพันธ์ ณ ขณะที่เราหมดรัก “ คำถามที่ดังมาจากข้างในกระทบทุกโสตประสาทและฝังใจผมมานานเนิ่น หลากคู่บอกกล่าวคำว่า “ ลา “ ขณะที่หัวใจสิ้นสุดของคำว่า “ รัก “ น้อยคู่นักที่จะบอกลาความสัมพันธ์ขณะที่หัวใจยังรักอยู่
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ผมยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิม รอให้รถออก ณ เวลาที่กำหนด เมื่อนับถอยหลังผมต้องรออีก 30 นาที แต่ถ้าพูดถึงเวลาแห่งความสัมพันธ์ของผมและเธอ เราจากกันได้ราว ๆ 12 ชั่วโมง . . . เธอจะเป็นอย่างไร
.
.
.
ผมเฝ้าคิด
.............................................................................................................................................
ภูเก็ต
.
.
.
คุณเคยตื่นแล้วพบแต่ความว่างเปล่าบ้างไหม เมื่อคืนฉันไม่ได้ฝันถึงลางบอกเหตุใด ๆ ฉันนอนหลับสนิทและในความฝันพบแต่สิ่งดำมืด ไม่มีทางที่ฉันจะล่วงรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในยามเช้า ถ้าฉันรู้ ฉันจะไม่มีวันนอนตลอดทั้งค่ำคืน
เมื่อแสงแดดต้องกายเนื้อ ฉันสัมผัสได้ถึงไออุ่นอันแปลกประหลาด น่าแปลกเหลือเกินที่แสงแดดไม่ได้ลอดมาทางหน้าต่างห้องฉันนานมากแล้ว ทุกคราวฉันถูกปลุกขึ้นด้วยใครคนหนึ่ง แต่มาในวันนี้ฉันถูกปลุกขึ้นจากแสงแรกของวัน
ฉันค่อย ๆ ลืมตาขึ้นและสัมผัสได้ถึงความแปลกต่างของสายลม สายลมทำให้หน้าต่างถูกเปิดออกกว้างขนาดนั้นเลยหรือ _ _ ฉันคิด
ฉับพลัน เมื่อพลิกสายตาไปยังหมอนอันคุ้นเคย ฉันพบแต่ความว่างเปล่า “ไม่แปลกหรอก” ฉันย้ำกับตัวเอง เพราะเมื่อฉันเดินลงไป ฉันจะพบเขากำลังทำอาหารเช้าหอมกรุ่นอยู่เบื้องล่าง ดังเช่นทุกวัน
ขณะที่ฉันก้าวเดินลงบันได ฉันพบรอยย่ำของเขา ฉันนึกสนุกอยากทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ ฉันลองเอาเท้าคู่เล็ก ๆ ของฉันทาบทับไปกับรอยย่ำของเขา ความต่างของขนาดรองเท้า ผกผันกับความต่างในจิตใจ เราทั้งคู่ใช้ชีวิตบนความต่างของกันและกันอย่างมีความสุข
ฉันเดินเรื่อยมาจนถึงเบื้องล่าง ฉันพบแต่ความว่างเปล่าและโดดเดี่ยว เครื่องชงกาแฟตัวโปรดของเขายังไม่ได้ทำหน้าที่ของมัน เตาแก๊สยังไม่ได้รับการจุด บนโต๊ะอาหารไม่มีอาหารเช้าสำหรับฉัน จิตใจของฉันเริ่มประหวั่นอย่างบอกไม่ถูก ทุกครั้งที่เขาจะไปไหน สิ่งหนึ่งที่ฉันพบเพื่อทดแทนการมีอยู่ของเขา ก็คือ อาหารรสคุ้นพร้อมกับโน้ตใบเล็ก ๆ แต่สำหรับครั้งนี้ _ _ ไม่เป็นอย่างเดิม
ฉันนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิม ข้าง ๆ กับเครื่องชงกาแฟของเขา เสียงเอี๊ยดอ๊อดของเก้าอี้นับตั้งแต่วินาทีแรกที่ไม่พบเขา เรื่อยมาจนถึงเวลานี้ ผ่านมาแล้ว 12 ชั่วโมง ฉันยังนั่งอยู่ที่เดิม ไม่ได้ห่างหายจากเครื่องชงกาแฟของเขาไปไหน ไม่ใช่เพราะฉันไม่มีแรงที่จะออกตามหา ไม่ใช่เพราะฉันไร้ความหวัง ไม่ใช่เพราะทางข้างหน้ามันแสนมืดมิดจนฉันไม่กล้าที่จะเดินออกไป แต่เป็นเพราะฉัน . . . ฉันไม่รู้จะตามหาเขาได้ ณ ที่ไหน
.
.
.
ฉันอยากพบคุณ
edit @ 24 Apr 2008 14:40:00 by นักทำ ( หนัง ) สือ
